สินค้า

GA001
Capsaicin น้ำมันพริก

น้ำมันพริก (Capsaicin) 

รหัสสินค้า : GA001

ข้อมูลสินค้า

ราคาต่อขนาด 

         25 cc. 100 บาท

        30 cc. 120 บาท
        1 ปอนด์ ราคา 1,400 บาท
        1 กิโลกรัม ราคา 2,800 บาท

ชื่อเคมี 
        Capsicum Frutescens Fruit Extract

ลักษณะภายนอก 
        น้ำมันสีเหลืองอมส้ม

ตัวอย่างการใช้งาน
        สารสำคัญในพริก คือ แคปไซซิน(Capsaicin) ที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อน ทางวงการลดความอ้วนนำสารสกัดจากพริก มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่เร่งเผาผลาญไขมัน นอกจากพริกแล้ว สารแคปไซซิน ยังพบได้ในพริกไทยอีกด้วย
        การวิจัยโดยอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าพริกสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ และพริกไทยลดไขมันในเลือด ไขมันในเนื้อเยี่อ ไตรกลีเซอไรด์ ฟอสโฟลิปิด และคอเลสเตอรอลได้ในหนูทดลอง
        พริกทั่วไปมีความระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ ทั้งในช่องปาก และกระเพาะอาหาร หากรับประทานมากจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ บวม และแสบร้อนได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคกระเพาะ และริดสีดวงทวารหนัก จึงไม่ควรบริโภคพริก มีพริกที่มีการพัฒนาสารพันธุ์ให้สร้างสารกลุ่มแคปไซซินอยด์(Capsaicinoids) ที่ไม่ใช่แคปไซซิน ซื่อว่า สารแคปไซเตท แต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการสะสมไขมันที่ตับ และมีผลิตภัณฑ์เร่งการเผาผลาญไขมันจากพริกชนิดนี้ จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับคนอ้วนที่มีการเผาผลาญต่ำ เนื้อตัวเย็น
        สารสกัดพริกแดง ช่วยเร่งระบบเผาผลาญอาหารให้กับเราได้ เนื่องจากพริกมีความสามารถในการสร้างความร้อน และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อย่าง วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินซี ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร เป็นต้น โดยในพริก 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 144 มิลลิกรัม
        ถ้าจะสังเกตแบบง่ายๆ ก็คือ หากเราได้ลิ้มลองอาหารจานร้อนที่แซบมากๆแล้วละก็ ร่างกายของเราก็จะรู้สึกร้อนตามมา จากนั้นเมื่อร่างกายร้อนขึ้นมา ระบบการเผาผลาญอาหารก็จะเพิ่มตามมาด้วย นั่นหมายถึงว่า แคลอรี่ที่มีอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นก็จะ ถูกเผาผลาญด้วยอีกต่อ หนึ่งและมีการวิจัยว่าถ้าใช้พริกแดง 6-10 กรัม จะช่วยลดความอยากอาหารได้
        หากต้องการลดความเผ็ดร้อนของพริกคุณควรรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากกว่าที่จะดื่มน้ำ เพราะการดื่มน้ำจะมีผลเพียงแค่ช่วยให้บรรเทาอาการแสบร้อนได้เท่านั้น แต่ความเผ็ดยังคงอยู่ สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพริกเพราะอาจจะทำให้กรดไปกัดแผลในกระเพาะอาหารได้ และสำหรับเด็กและผู้สูงอายุที่มักจะสำลักง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเช่นกัน

ประโยชน์ของพริก
        1.พริก มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัย
        2.วิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
        3.ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
        4.สารแคปไซซินช่วยให้เกิดอาการตื่นตัวของร่างกาย
        5.พริกช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ลดน้ำมูก และลดเสมหะ
        6.ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระเลือดลดลง
        7.ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน
        8.ช่วยในการสลายลิ่มเลือด
        9.ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดให้ดียิ่งขึ้น
        10.ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อการดูดซึมอาหารที่ดีขึ้น
        11.สาร Capsaicin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร
        12.ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ขับแก๊สในกระเพาะ
        13.ในด้านการแพทย์ได้มีการสกัดเอาสารแคปไซซินในพริกออกมาในรูปแบบครีมหรือเจล ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ผิวหนัง เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก งูสวัด เป็นต้น
        14.ในด้านความงามจะใช้สารสกัดจากแคปไซซินมาสกัดเป็นเจลเพื่อใช้ในการนวดลดเซลลูไลท์ สลายไขมัน